เนื่องจากมีพี่ที่ออฟฟิตจะไป แล้วพอดีอ่านจากเวบจีบัน ทำให้รู้สึกสนใจแป้งตัวนี้ขึ้นมา เพราะว่ามีคนพูดถึงเยอะมาก ก็เลย search ๆไป เลยไปเจอข้อมูลนี้มา เชื่อได้ไม่ได้ไม่รู้แต่ก็น่าสนใจดี
ที่มาของแป้งป่าตองรุ่นใหม่ค่ะ ในช่วงปี 2004-2005 ตลาดเครื่องสำอางค์ในเกาหลีมีการแข่งขันกันสูงมาก เนื่องจากการทำตลาดเครื่องสำอางค์ราคาประหยัด ประเภท Brand Shop คือผลิตและขายเองผ่านร้านค้าปลีกของตนโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง สินค้าจะมีลักษณะบรรจุภัณท์หรือหีบห่อที่เรียบง่าย และไม่ใช้โฆษณาทางทีวี เพื่อลดต้นทุนสินค้า (ตอนหลังการแข่งขันกันสูงมากก็ออกมาโฆษณาทางทีวีกันทั้งนั้นเลยค่ะ) ที่เราๆ รู้จักกันดีคือ MISSHA ( www.missha.net) หรือ THEFACESHOP (www.thefaceshop.co.kr) นั่นเองค่ะ ซึ่งตลาดเครื่องสำอางค์ประเภทนี้มีการเติบโตสูงและเป็นเม็ดเงินก้อนโตเลยทีเดียว ก็เลยทำให้ dodo company ไม่ลังเลที่จะเข้ามาร่วมวงด้วย โดยเปิดร้านขายเครื่องสำอางค์ของตนเองใช้ชื่อว่า dodo club (www.dodoclub.co.kr) ในเดือน มีนาคม ปี 2004 ซึ่งบริษัทก็โหมขยายสายผลิตภัณท์ออกมามากมายทั้ง make up, skin care, body, hair และเครื่องสำอางค์สำหรับผู้ชาย ซึ่งก็พบว่าแป้งป่าตองก็วางขายพร้อมกับสินค้าตัวอื่นๆ ภายใต้ชื่อ PALGANTONG หลังจากนั้นก็เห็นเปลี่ยนโฉมนิดหน่อยแต่ยังคงลํกษณะบรรจุภัณฑ์สีแดงใช้ชื่อว่า Red Box ซึ่งความหมายเดิมคือกล่องสีแดง แต่ว่ายอดขายโดยรวมของ dodo club ในเกาหลีไม่ดีเท่าไร เมื่อกลางปี 2005 มียอดขายเป็นอันดับ 6 เมื่อเปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ ในธุรกิจเครื่องสำอางค์ประเภทเดียวกัน (MISSHA เป็นอันดับ 1 ตามด้วย COSMETICNET, THEFACESHOP, BEAUTY CREDIT และ CANDY SHOP) และในช่วงปลายปี 2005 นี้ ก็มีคู่แข่งเกิดขึ้นมากมาย เช่น SKIN FOOD (www.theskinfood.com) หรือ MISSHA ที่มียอดขายลดลงมากก็ออก Swiss Pure (www.swisspure.co.kr) มาตีกับ THEFACESHOP หรือว่าบริษัท Amore Pacific (ผู้ผลิตเครื่องสำอางค์ LANEIGE) ก็เปิดร้าน HUE YOUNG (www.hueyoung.co.kr) และที่เห็นล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนคือ ETUDE ก็เปิดร้าน ETUDE HOUSE (www.etudehouse.co.kr) ด้วยการแข่งขันอย่างรุนแรงทำให้ dodo club ต้องทุ่มทุนอย่างมาก เพื่อขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ(เปิดที่ฮ่องกงและสิงค์โปรไปแลว้นะะค) จึงหาผู้ร่วมลงทุนเพิ่มและมีการปรับปรุงโครงสร้างบริษัทใหม่ แต่ในที่สุดก็ต้องปิดตัวลงในปลายปี 2005 เนื่องจากทุ่มเงินลงไปมาก แต่ยอดขายเครื่องสำอางค์ตัวอื่นไม่ดีพอ ลำพังแป้งป่าตองไม่สามารถช่วยพยุงสถานภาพทางธุรกิจไว้ได้ค่ะ ผลกระทบหลังจากที่ dodo club ปิดตัวลงก็มีหลายประการเลยค่ะ อย่างแรกที่เห็นได้ชัดเลยคือ ร้าน dodo club แม้แต่สาขาใหญ่ที่เมียงดงก็ต้องปิดตัวลงไปเรียบร้อยแล้วนะคะ สินค้าเครื่องสำอางค์ของ dodo club ยังมีวางขายในร้านขายเครื่องสำอางค์ทั่วๆ ไป บ้าง แต่ว่าก็เป็นสินค้าที่ผลิตลอตก่อนๆ ที่ยังขายไม่หมดนะคะ และอย่างที่เห็นตามมาคือ แป้งป่าตองรุ่นใหม่ ซึ่งมีลักษณะเป็นกล่องสีแดงเหมือนเดิมแต่ว่าเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น CELLIO POWDER CRYSTAL CREATOR BRIGHT มีกำกับด้วยคำว่า dodo เท่านั้น ผู้จัดจำหน่ายยังคงเป็นบริษัท dodo company และผุ้ผลิตยังคงเป็นบริษัทโคเอ็มคอสจำกัด เหมือนเดิม แต่รุ่นใหม่นี้มีผู้จัดจำหน่ายคนใหม่ และ รุ่นเดิมไม่ผลิตออกมาขายในเกาหลีอีกแล้ว มีเฉพาะผลิตเพื่อส่งออกไปขายที่ญี่ปุ่นเท่านั้น (ด้วยเหตุผลใดไม่สามารถหาคำตอบได้ค่ะ) ซึ่งในเกาหลีจะมีแต่รุ่นใหม่นี้ออกจำหน่ายแทน แต่ว่าในร้านขายปลีกเครื่องสำอางค์บางร้านยังมีขายอยู่นั้นเป็นของเก่าค้างสต๊อกขายไม่หมดค่ะ ยืนยันว่ารุ่นใหม่นั้นส่วนผสมหลักเหมือนเดิมแต่ว่าเพิ่มคุณสมบัติในเรื่องการกระจายแสงได้ดีกว่าเดิม เนื้อแป้งละเอียดเนียน เพื่อการแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาิติอย่างมืออาชีพค่ะ แป้งป่าตองรุ่นใหม่ต่างจากเดิมอย่างไร
ข้อมูลที่ได้มาก็ ทำให้ได้รู้อะไรเพิ่งขึ้นเยอะเลยใช่แล้วค่ะ ที่ญี่ปุ่นมีสีน้อยกว่า มีข้อมูลมาเพิ่ม แต่ลืมเอามาลงงั้นลงต่อเลยละกันนะ
@แป้งป่าตองรุ่นเดิมกับรุ่นใหม่ต่างกันอย่างไร หากว่าซื้อแป้งมาแล้วเปิดออกมาจะเห็นความแตกต่างกันอย่างแรกเลยคือ อักษรที่อยู่บนพัฟค่ะ รูป ที่ 9 ทางด้านซ้ายเป็นแป้งรุ่นเดิม ที่พัฟจะมีอักษร ORIGINAL BLENDING แต่ว่ารุ่นใหม่ จะมีเพียงคำว่า dodo พิมพ์ด้วยอักษรสีทองค่ะ และหากเปิดดูเนื้อแป้งแล้วปรากฏว่า เนื้อแป้งรุ่นเดิมจะมองดูแล้วออกสีเหลืองนวล (ในรูป 10 ทางซ้ายมือเป็นรุ่นเดิม ทางขวามือเป็นรุ่นใหม่ค่ะ) แต่รุ่นใหม่เนื้อแป้งมองดูแล้วจะออกสีชมพูมากกว่า มาดามยูนได้ลองนำมาทาแล้วเปรียบเทียบจะได้สีเหมือนกันค่ะ ความรู้สึกที่สัมผัสได้คือแป้งรุ่นใหม่จะเนื้อเบากว่าค่ะ สาเหตุที่แป้งป่าตองรุ่นใหม่สีออกชมพูมากกว่านั่นเป็นเพราะว่ามีตัวกระจายแสงมากกว่าเดิม เนื้อแป้งจึงโปร่งแสงมากกว่า มองแล้วดูจะออกเป็นสีชมพู คุณสมบัิติเด่นนี้ก็ถูกเขียนที่กล่องเขียนว่า CRYTAL CREATOR BRIGHT เพื่อช่วยให้หน้าดูสว่างขึ้นโดยเฉพาะเวลาถ่ายรูปแล้วหน้าจะไม่สะท้อนแสงไฟและเรียบเนียนค่ะ (ตัวนี้เป็นคุณสมบัติใหม่ที่มีในแป้งลาเนจสไลด์ดิ้งแพกด้วยค่ะ) คุณสมบัติอื่นๆ เช่น ความละเอียดของเนื้อแป้ง (ที่ละเอียดกว่าแป้งธรรมดาทั่วไปสอง) ก็ยังละเอียดเนียน ติดทนและช่วยควบคุมความมันได้เหมือนเดิมค่ะ
สาเหตุที่แป้งป่าตองแบบเดิมที่มีขายกันอยู่มีราคาแพงกว่าแบบใหม่ก็เพราะว่า ในปัจจุบันแบบแพกเกจเดิมจะหาซื้อได้ในประเทศญี่ปุ่น จึงมีภาษีนำเข้าบวกรวมไปทำให้ราคาสูงขึ้น เมื่อเทียบกับของที่ผลิตและขายในเกาหลีค่ะ ส่วนแบบกล่องใสนั้นที่มีขายอยู่ในบางเวบ (ในเมืองไทยนั้น) ก็เป็นแพกเกจที่ทำส่งออกญี่ปุ่นค่ะ ไม่มีในเกาหลีเช่นกัน ซึ่งที่เกาหลีก็ไม่ใช่ของใหม่นะคะ เมื่อก่อนก็เห็นวางขายอยู่ค่ะ เป็นรุ่นหนึ่งของแป้งป่าตอง ชื่อว่ารุ่น PALGANTONG FANIA POWDER ค่ะ เค้าทำออกมาสองเบอร์นะคะ คือ 21 กับ 23 เบอร์ 21 จะออกชมพู และ 23 จะออกเหลืงนวลค่ะ ที่ตลับแป้ง ฝาด้านบนจะเป็นสีแดง มีรูปหน้ากากและเขียนว่า Palgantogn Fania Powder และส่วนตัวตลับด้านล่างจะเป็นใสๆ เห็นเนื้อแป้งค่ะ แต่ที่เคยเห็นของที่มาจากญี่ปุ่นไม่ได้เขียนที่ฝาด้านบนว่า PALGANTONG FANIA POWDER นะคะ อาจจะเป็นเพราะว่าเพื่อไม่ให้ผู้บริโภคสับสนและขายได้ง่ายขึ้น เนื่องจากว่าสาวญี่ปุ่นมีกำลังซื้อและนิยมใช้กันมากค่ะ ในเกาหลียังมีขายในร้านเครื่องสำอางค์บางร้านค่ะ (เสียดายไม่มีรูป)@แป้งป่าตองรุ่นใหม่ล่าสุด (ของเลียนแบบ) พอดีวันที่ไปสำรวจตลาดและหาข้อมูลมีโอกาสได้เห็นแป้งป่าตองรุ่นใหม่ล่าสุด เลยรูปมาให้ดูกันค่ะ (ในรูปที่ 11) จะเห็นว่าแป้งเป็นตลับสีแดง ีมีรูปหน้ากากคู่เหมือนเดิมแต่ว่าหน้ากากรูปร่างหน้าตาแปลกไปกว่าเดิม และอักษรที่ฝาเขียนว่า ORIGINAL MAKE-UP -THEATRICAL FINISHING POWDER พลิกดูด้านร่าง (รูปที่ 12) เห็นวันเดือนปีที่ผลิต (อักษรที่วงแถวบน) เป็น ปี 2005 เดือน 10 วันที่ 12 แสดงว่าเป็นของใหม่กว่ารุ่น CELLIO และมีข้อความเขียนไว้ว่า ผลิตโดยบริษัท อารบือโน คอสเมติค (โรงงานอยู่ที่อินชอน) และจัดจำหน่ายโดยบริษัทไวท์แอนด์แบลคจำกัดค่ะ (ในรูปที่ 12 อักษรที่ถูกวงกลมแถวล่าง) และเมื่อเปิดฝาออกมาที่พัฟจะมีอักษรว่า BEAU-TEMPS สีดำอยู่นะคะ และเนื้อแป้งจะมีสีเหลืองนวลแบบแป้งป่าตองรุ่นเดิมเลยค่ะ แต่ว่าแป้งตัวนี้จะมีวิ้งๆ (ผงกากเพชร) ด้วยค่ะ ทาแล้วนอกจากหน้าผ่องแล้วยังเป็นประกายอีกด้วยค่ะ ไม่ยังไม่ได้ลองเลยไม่ทราบว่าใช้แล้วหน้าจะเนียนผ่อง ติดทนและควบคุมความมันได้แค่ไหนนะคะ จริงๆ คือยังไม่กล้าลองดว้ยค่ะ เพราะว่าเป็นของบริษัทที่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนนะคะบางส่วนเอามาจาก http://www.madamyoon.com/webboard_152041_5620_th
<< December >>
S
M
T
W
F
30
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
<< 2008>>